เทคนิคการดูแลยางรถของเราให้อยู่ไปนานๆ

การขับขี่รถยนต์ให้ปลอดภัยและมีความสุข เจ้าของรถทุกคนจำเป็นต้องดูแลรักษาเครื่องยนต์ของตนให้อยู่ในสภาพดี ไม่มีอะไรเสียหาย หรือสึกหรอ นอกจากนี้การหมั่นตรวจสอบสภาพและดูแลยางรถยนต์ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญเช่นเดียวกัน เพราะยางรถยนต์เป็นชิ้นส่วนที่ต้องสัมผัสกับพื้นถนน เมื่อคุณใช้งานมันไปนานๆ แน่นอนว่ายางก็ย่อมเกิดการเสื่อมสภาพ ถ้าหากคุณไม่สนใจที่จะดูแลรักษายางให้ดีแล้วล่ะก็อาจเกิดเหตุอันตรายที่ไม่คาดฝันก็เป็นได้

เทคนิคการดูแลยางรถของเราให้อยู่ไปนานๆ

ลดความเร็วในการขับ

ตอนที่รถยนต์ของคุณวิ่งด้วยความเร็วสูง จะส่งผลให้เกิดแรงเสียดทาน รวมทั้งเกิดความร้อนที่ทำให้เร่งการสึกหรอเกิดเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นจึงทำให้ยางของคุณมีอายุสั้นตามไปด้วย สรุปแล้วคุณควรหลีกเลี่ยงการขับรถด้วยความเร็วสูงจนเกินไป เพื่อถนอมอายุยางรถให้ใช้ได้ยาวนานมากขึ้น

สภาพภูมิอากาศ

ยางรถยนต์มีส่วนผสมหลักทำมาจากยางธรรมชาติ ทำให้ทนต่ออุณหภูมิสูงๆ น้อยกว่ายางสังเคราะห์ เพราะฉะนั้นถ้ายางของคุณเจอความร้อนจัดๆเป็นประจำ การใช้งานก็จะเสื่อมเร็วขึ้น

พยายามเลี่ยงการเบรกและการออกตัวแรง

การเบรกอย่างกะทันหันจนล้อหยุดหมุนชะงัก แรงเฉื่อยของตัวรถจะดันให้ล้อไถลไปกับพื้นถนน ส่งผลให้ยางเกิดการสึกหรอมากขึ้น แต่ทั้งนี้จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความเร็วและระยะในการเบรก อีกทั้งคุณควรหลีกเลี่ยงการออกตัวอย่างรุนแรงจนล้อฟรี เนื่องจากหน้ายางจะเกิดการเสียดสีกับพื้นอย่างหนักหน่วง จนทำให้ยางเสื่อมเร็วขึ้น

ความดันลมยาง

การเติมลมยางอย่างเหมาะสม ต้องดูจากขนาด,รุ่นของรถยนต์และตัวยางที่ใช้ โดยเจ้าของรถสามารถสอบถามได้จาก ร้านขายยางหรือช่างที่อู่ เพื่อความแม่นยำ แต่อย่างไรก็ตามสำหรับรถบ้านทั่วไป จะใช้ความดันลมยางอยู่ที่ 26-32 ปอนด์/ตารางนิ้ว ซึ่งยางล้อหน้าจะมากกว่ายางล้อหลัง 3-5 ปอนด์/ตารางนิ้ว

ลดน้ำหนักให้รถ

การใส่ของเข้ามาในรถมากจนเกินไป ก็มีผลต่อยางเช่นเดียวกัน เพราะทำให้เกิดการบิดตัวที่หน้ายางซึ่งสัมผัสกับถนน จนทำให้เกิดความร้อนได้ง่ายกว่าปกติ ส่งผลอย่างต่อเนื่องคือ เกิดการสึกหรอของางอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าอายุของยางก็จะสั้นลงกว่าเดิม ขอให้คุณหมั่นตรวจสอบสิ่งของที่บรรทุกอยู่ในรถอย่างเป็นประจำ ถ้าของมีมากเกินความจำเป็นก็ให้เอาออกเสีย เช่น น้ำเปล่าซึ่งได้มาจากการเติมน้ำมัน เพราะบางทีมีมากเกินไปก็ทำให้รถหนัก โดยใช่เหตุ