เจาะลึกการเลือก จักรยานทัวร์ริ่ง ยี่ห้อไหนดี ในปี 2019

จักรยานมีอยู่หลายชนิด เสือภูเขา เสือหมอบ จักรยานไฟฟ้า แต่ถ้ามองหาจักรยานสำหรับเดินทางไกล “จักรยานทัวร์ริ่ง” เป็นตัวที่เราจะนำมาพูดถึงกันในวันนี้ ในสมัยนี้เทคโนโลยีด้านจักรยานไปไกลมาก แต่ละบริษัทก็พัฒนาแข่งกันอย่างดุเดือน ทำให้จักรยานแต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรงทนทาน ความเบา และที่สำคัญคือความสวยงาม แต่ก่อนที่เราจะพาไปดูแต่ละยี่ห้อ เรามารู้จักกับทัวร์ริ่งแต่ละรูปแบบกันก่อนดีกว่า

จักรยานทัวร์ริ่ง 3 แบบ (Classic, Adventure, Expedition)

จักรยานทัวร์ริ่งคลาสสิค (Classic Touring) มักจะทำขึ้นจากเหล็ก มีโซ่ที่ยาวเป็นพิเศษ มาพร้อมกับกันชนด้านหน้า และด้านหลังสำหรับสะพายกระเป๋าทัวร์ริ่ง (Panniers) แม้ว่าในปัจจุบันนี้จะมีรุ่นใหม่ออกมาวางขายอยู่เรื่อยๆ แต่พวกมันก็ยังคงรูปลักษณ์แบบคลาสสิคเอาไว้ ขนาดล้อโดยปกติจะอยู่ที่ 700c จำนวน 32 ถึง 36 หลุม จักรยานท่องเที่ยวแบบคลาสสิกเคยนิยมใช้ริมเบรกอยู่ ไม่นานก่อนที่ดิสก์เบรกจะเข้าแทนที่จนหมด

จักรยานทัวร์ริ่งแอดเวนเจอร์ (Adventure Bike) เกิดมาเป็นลูกครึ่งระหว่างเสือภูเขา และเสือหมอบ พวกมันสามารถลุยได้ทั้งในถนน ทางเท้า ทางดิน เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบผจนภัยตามชื่อของมัน ส่วนใหญ่แล้วจะมาพร้อมกับแฮนด์แบบ Drop bar มีให้เลือกแบบดิสก์เบรกหรือไฮดรอลิก ขนาดล้อมีให้เลือกตามใจชอบ นักปั่นขาลุยส่วนใหญ่ก็มักจะติดตัว Dropper post เพื่อความสะดวกระหว่างเดินทางอีกด้วย

จักรยานทัวร์ริ่งเอ็กซ์เพอดิชั่น(Expedition Bike) ตามชื่อของมันคือจักรยานปั่นสำรวจที่เหมาะสำหรับเดินทางไกล ทำจากโครงเหล็ก ขนาดล้อ 26 นิ้ว พร้อมริมเบรก ออกแบบมาเพื่อให้ใช้งาน-บำรุงรักษาได้ง่าย โดยสามารถหาอะไหล่มาทดแทนได้ไม่ยาก แม้ว่าจะอยู่ในเมืองที่ห่างไกลความเจริญ ก็อาจเอาชิ้นส่วนรุ่นอื่นๆ มาใช้ซ่อมให้เดินทางต่อไปได้

Trek “520 Touring Bike”

แบรนด์ Trek ขายจักรยานทัวร์มานานมาก เป็นที่นิยมกันมากในหมู่นักปั่นจักรยานแนวหน้า ไม่เพียงแค่พวกมันจะมีหน้าตาที่ดุดันแล้ว ยังมีราคาที่โหดพอๆกัน โดยหนึ่งในตัวที่ขายดีที่สุดคือ Trek 520 ที่ทำมาจากโครงเหล็ก มาพร้อมตัวยึดแร็ค บังโคลนหน้าด้าน และเกียร์หลายสปีดที่ใช้สำหรับปั่นขึ้นเขา ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะปั่นเล่น หรือการเดินทางระยะไกล เพราะมันสามารถพกสัมภาระไปได้มาก ซึ่งสามารถขนขึ้นมาไว้ด้านหลังและด้านหน้ารถได้สบายๆ แถมยางยังเป็นแบบ Tubeless กับระบบหยุดรถด้วยดิสก์เบรก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.trekbikes.com

Giant “Toughroad SLR1”

ถ้านักปั่นเสือภูเขาจะคุ้นหูเจ้าแบรนด์ Giant กันดี แต่วันนี้เราไม่ได้มาแนะนำเสือภูเขา แต่เป็นเจ้า Toughroad ที่หน้าตาอาจจะดูคล้ายกันกับเสือภูเขายังกับแกะ บอกเลยว่ามันออกแบบมาเพื่อทัวร์ริ่งโดยเฉพาะ ตัวเฟรมทำมาจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบา มาพร้อมกับขนาดล้อ 700c กับยาง 50c ระบบดิสก์เบรกไฮดรอลิก มือจับ D-Fuse และ Seat post ช่วยให้ปรับระดับเบาะได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว ไม่ต้องลงมานั่งปรับกันให้เมื่อยอีกต่อไป มีแร็คสำหรับขนสัมภาระได้ด้านหน้า-หลัง ถ้าหากไม่ชอบแฮนด์แบบ Flat bar ลองไปดูตัว SLR GX1 ที่เป็นแบบ Drop bar ดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ www.giant-bicycles.com

Tout “Terrain Silkroad”

Silkroad เป็นจักรยานสำหรับปั่นเที่ยวที่น่าประทับใจมากๆ เนื่องจากมีมีอุปกรณ์ครบครัน ทำให้มันเป็นเหมือนจักรยานเอนกประสงค์ ที่สามารถนำไปใช้ได้ในทุกสถานการณ์ โดยไม่จำกัดอยู่แค่ในเมืองหรือถนนที่ไม่ลาดยาง ทำจากโรงเหล็กทั้งตัว สามารถสั่งซื้อได้ผ่านทางออนไลน์ที่จะมาพร้อมตัวเลือกในการตกแต่งจักรยานเพิ่มเติม รวมถึงอุปกรณ์เสริมเพื่อให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่ของแต่ละคน ตัวเดิมๆจะมาพร้อมกับบังโคลนหน้า-หลัง, ระบบขับเคลื่อนสายพาน, ไฟหน้า, จานเบรก ดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ www.tout-terrain.de